จากประสบการณ์สอนทักษะเชาวน์มาเกือบ10
ปี ได้พบกับเด็กๆ ที่แตกต่าง
กันมากมาย แทบจะไม่ซ้ำกันเลยสักคน พบว่าเด็กแต่ละคนมีความเป็นเอกลักษณ์
ของตัวเอง และต้องการการเรียนรู้ในแบบของตน แต่น้อยนักที่จะได้เรียนรู้
อย่างมีความสุข และพัฒนาไปอย่างเต็มศักยภาพของเขา
หากถามว่า ครูที่เข้าใจลูกของเราได้มากที่สุด
ตอบสนองความต้องการ
ในการเรียนรู้ได้ดีที่สุด คำตอบคงเป็น คุณพ่อคุณแม่นั่นเอง
แต่ติดตรงที่ว่า
มีเวลาให้กับลูกน้อยบ้าง หรือท่านที่มีเวลาก็เจอกับปัญหาใหญ่
คือสอนไม่เป็น
ไม่รู้ว่าจะสอนอะไร ไม่มีอุปกรณ์ สื่อการสอน
ลูกไม่ค่อยเชื่อ
|
|
|
เตรียมตัว
เริ่มต้น
1. ทำรายการชื่อทักษะหรือสิ่งที่อยากจะสอนลูก
ด้วยตัวคุณพ่อคุณแม่เอง
( อันนี้อาจต้องหาข้อมูลจากหนังสือทักษะเชาวน์
Internet หรือถามจาก
คุณครูที่โรงเรียนอนุบาลของลูก อาจได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า
ที่โรงเรียนสอน
เชาวน์ ทักษะใด หรือเรื่องอะไรไปแล้วบ้าง
( บางโรงเรียนเรียกว่า วิชา
เตรียมความพร้อม ) และลูกของเราอ่อนเรื่องใด
นอกจากนี้ควรจัดเรียงลำดับเรื่องต่างๆ
ที่จะสอน จากเรื่องที่คิดว่าลูก
เข้าใจได้ง่ายๆ ก่อน หรือเป็นเรื่องง่ายที่จะสอนก่อน
แต่ไม่แน่เสมอไป
เรื่องที่เราคิดว่ายาก แต่เด็กอาจทำได้คล่องโดยไม่ต้องสอนอะไรมากเลย
2. ศึกษาจากแบบฝึกหัด หรือลองทำแบบฝึกหัดด้วยตัวเองก่อน
ลองหา
วิธีคิดของตัวเอง ว่าตัวเองหาคำตอบได้อย่างไรและลองหาคำอธิบายสั้นๆ
ง่ายๆ ที่เด็กเข้าใจได้ วิธีที่ใช้ได้ผลมาก
คือ อุปมาอุปไมย เปรียบเทียบกับ ของหรือเรื่องใกล้ตัว
3. หาอุปกรณ์ใกล้ตัวนำมาเป็นอุปกรณ์การสอน
อาจเป็นไม้บล๊อค ของเล่น ที่มีรูปทรงเรขาคณิต
อย่าง วงกลม,สี่เหลี่ยม,สามเหลี่ยม,หกเหลี่ยม,วงรี
หากเป็นของแบบเดียวกัน ซ้ำกันหลายๆ อันก็จะดีมากค่ะ
เพราะจะใช้สอน
ได้หลายเรื่อง ทั้งอนุกรมแถวเดียว อนุกรมวงกลม
อนุกรม 9 ช่อง
ของจริง เช่น ช้อน,ส้อม,กรรไกร,ไม้แขวนเสื้อ,แก้วน้ำ,ปากกา,ไม้บรรทัด
,รีโมท,มือถือ ฯลฯ ก็สามารถนำมาสอนได้ค่ะ
เช่น ในเรื่องเงา,ภาพซ้อน,
เงาซ้อน เป็นต้น
รองเท้าผ้าใบ ก็อาจจะใช้ในการฝึกร้อยเชือกผ่านรูเล็กๆ
หรือโบว์ผูกผม
อาจใช้หัดผูกหูกระต่าย ผ้าเช็ดหน้าและกระดาษสามารถนำมาหัดพับเป็น
รูปต่างๆ เสื้อของหนู หรือเสื้อคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถนำมาให้หนู
หัดติด
กระดุม รูดซิป หรือหัดคาดเข็มขัด แล้วต่อไปหนูก็จะแต่งตัวเองได้แล้ว
4. อุปกรณ์บางอย่างในการสอน ก็ต้องประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อการนี้ค่ะ
เช่น
ตัดกระดาษแข็ง วาดเป็นรูปลายเส้น,เจาะรูตามเส้น
ระยะห่างพอสมควร คือประมาณ 2 เซนติเมตร
ไว้ให้หัดเด็กร้อยเชื่อกตามภาพนั้น หรืออาจ
ต้องตัดหลอดกาแฟเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 2-3
เซนติเมตร ให้เด็กๆ หัด
ร้อยหลอดเป็นสร้อยคอ ( หลอดท่อนยาวจะร้อยได้ยากกว่าท่อนสั้น
ดังนั้น
สำหรับเด็กที่โตแล้ว หรือฝึกร้อยหลอดสั้นจนชำนาญแล้ว
อาจก้าวขึ้นไป
ลองร้อยหลอดยาวบ้าง )
5. มีกระดานดำ หรือWhite board ไว้สักอัน
หลังจากเรียนจากของเล่น จนเข้าใจดีแล้ว
ลองทดสอบความเข้าใจ ด้วยการทำแบบฝึกหัด
หรือตอบ
โจทย์บนกระดาน
6. จัดเตรียมโต๊ะ เก้าอี้ สร้างบรรยากาศการเรียนที่สบายๆ แต่เป็นทางการ
สักหน่อย ไม่ให้รู้สึกว่าเหมือนการเล่นจนเกินไปนัก |
|