| |
|
| |
Whole
Language Waldorf Hi/Scope Reggio
Emilie Montessori Project
Approach Home
School Beyond
New |
| |
|
| |
| สอนเชาวน์ลูกๆ
ด้วยตัวคุณเอง..2 |
|
| |
|
| |
|
การสอนเชาวน์ที่ดี
ควรเริ่มที่ความเข้าใจก่อนการสอนเทคนิคให้จำวิธีคิดค่ะ
สมมติเรื่องราวที่เด็กๆ ชอบ ให้สอดคล้องกับเรื่อง
ที่จะสอน เช่น หากสอนเรื่องบล๊อค อาจสมมติให้เป็นตึก
ที่มีความสูงแตกต่างกัน เป็นตึก1 ชั้น ตึก2 ชั้น หรือ
ตึก3 ชั้น จะสอนเรื่อง
เรื่องอนุกรม 9 ช่อง อาจสมมติเป็นคอนโดมีเนียม ที่มี3
ชั้น ชั้นละ3 ห้อง แล้วก็มีสิ่งต่างๆ เข้าไปอยู่ข้างในห้อง
จะช่วยให้เด็กมองเห็นวิธีคิด
เป็นเหตุการณ์ และเป็นรูปธรรมมากขึ้น พอเข้าใจเรื่องที่จะเรียน
นึกถึงภาพเหตุการณ์ที่คุณพ่อคุณแม่
่สมมติขึ้นมา แล้วเด็กๆ และผู้ใหญ่ก็จะเข้าใจตรงกัน
เค้าจะเข้าใจว่าคำถาม ถามอะไร จะให้เค้าหาคำตอบอะไร
คิดอะไร
เด็กๆ จะเข้าใจเรื่องที่เป็นรูปธรรมได้ดีกว่า
การอธิบายด้วยปากเปล่ามากนัก ดังนั้นการสมมติแล้วมีสิ่งของ
หรือรูปภาพให้เห็น
หรือรูปภาพให้เด็กเห็นจะทำให้เค้าสามารถเข้าใจ และคิดตามสิ่งที่เราพูดได้ดี
อย่างการนับบล็อคก็ควรสอนจากบล็อคจริงก่อน
หากสอนจากภาพ หรือแบบฝึกหัดเลย เด็กบางคนจะนับเป็นด้านๆ
ตามภาพที่เห็น แต่จะไม่นับเป็นบล๊อค ( แบบ3 มิติ )
|
อนกุรมแถวเดียว
ก็อาจเริ่มสอนจากการเอาของเล่นมาวางเรียงกันตาม
ลำดับก่อน....เล่าเป็นเรื่องราว เช่น คุณวงกลมชอบตื่นแต่เช้า
ก็จะมาโรงเรียน
เป็นคนแรกเสมอ ต่อมา คุณสี่เหลี่ยมก็จะมาเป็นคนที่
2 คุณสามเหลี่ยมบ้าน
อยู่ไกล จึงมาถึงทีหลังคุณสี่เหลี่ยม
แต่คุณวงรี ถึงบ้านจะอยู่ใกล้แต่ก็มา โรงเรียนสาย
เป็นคนสุดท้ายทุกวันเลย
( อาจสร้างข้อสังเกตให้เด็กๆ
นิดนึง เช่น คุณสี่เหลี่ยม เดินตามหลัง คุณวงกลมมา
แต่ก็หยุดไม่ทัน เดินชนก้นคุณวงกลมทุกวันเลย
จนก้นของ คุณวงกลมเจ็บไปหมดแล้ว.... เพื่อให้เด็กจดจำได้
ถ้าเราถามว่า ใครเดินตาม ก้นคุณวงกลมมานะ? เด็กๆ
จะตอบได้ทันทีค่ะ และเป็นการย้ำตำแหน่งด้วย
ว่า คุณวงกลมเดินนำหน้า เดินมาก่อน แล้วคุณสี่เหลี่ยมเป็นคนเดินตามหลัง
เพื่อไม่ให้มีการดูสวนทาง หรือกลับหลังเกิดขึ้น
)
วันต่อมาก็เป็นแบบนี้อีก
คุณวงกลมมาก่อน ต่อมาก็คุณสี่เหลี่ยม
คุณสามเหลี่ยม และคุณวงรีตามลำดับ วางเรียงกันไปเป็นชุดๆ
และก็เป็นซ้ำๆ อยู่เช่นเดิม เด็กๆ จะเข้าใจเรื่องชุดภาพได้จากการแบ่งเป็นวันๆ
สามาร แบ่ง ภาพเป็นชุดได้ โดยการแบ่งเป็นวันๆ.....
ต่อไป จะให้เด็กๆ หาคนมาต่อท้าย หรือคนที่ขาดหายไปก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วค่ะ |
หลังจากสมมติเรื่องราวให้เค้าเข้าใจแล้ว
ก็สอนวิธีคิด หามาสิ่งของชุดใหม่มาวาง หรืออาจนำชุดเดิมมาเล่าใหม่โดยสลับที่
สลับทางกัน เพื่อป้องกันการตอบจากความจำ แต่ช่วงแรกเด็กๆ
ต้องอาศัยความจำในการตอบแน่นอนค่ะ แต่หากว่าเพิ่มจำนวน
สิ่งของในแต่ละชุดแล้ว เด็กๆ จะจำไม่ได้ แต่สามารถทำได้
โดยเราสอนวิธีการกลับไปดูชุดภาพสิ่งของในวันก่อน ว่าใครมาโรงเรียน
ก่อนใคร เป็นการอ้างอิง แล้วก็จะตอบได้ เพราะเค้ามีคอนเซปต์ในการเดินตามกัน
และแบ่งเป็นวันๆ แล้ว
|
 |
เรื่องการนับบล๊อค
อาจเริ่มจากการให้เค้าต่อบล๊อคจริง ตามภาพที่เค้าเห็น
เริ่มจาก 1-2 ชั้นก่อน หากว่าเค้าไม่เข้าใจ
ในส่วนที่บล๊อคในภาพถูกบังอยู่
อาจต้อง อธิบาย เพิ่มเติม ถ้าจะให้ดีต้องสมมติ เป็นเรื่อง(
อีกแล้วค่ะ ) ให้บล๊อค
สีเขียวเป็นของคุณแม่ บล๊อคสีส้มเป็นของคุณพ่อบล๊อค
สีเหลืองเป็นของหนู
ตั้งบล๊อคสีส้มบนบล๊อคสีเขียว ให้เป็น ตึกเดียวกัน
( ตึก2ชั้น) วางคู่กับบล๊อคสี
เหลืองของหนู (ตึกชั้นเดียว) ถามว่าทำไมบล๊อคสีส้มของคุณพ่อถึงอยู่สูงกว่า
ตึกสีเหลืองของหนู..........ก็เพราะ มีบล๊อคสีเขียวของคุณแม่อยู่ด้านล่างไงล่ะ
บล๊อคสีส้มจะลอยอยู่เฉยๆ
ไม่ได้ แต่จะมีบล๊อคอีกอันวางซ้อนอยู่ข้างล่าง
( การสมมติให้บล๊อคมีเจ้าของ ทำให้เด็กจดจำได้ดีขึ้นมากอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ
ต่อให้มีเป็น 10 บล๊อค 10 สี แล้วสมมติเป็นห้องของเพื่อนๆ
แต่ละคน เค้าก็จำ
ได้หมด ว่าแต่ละสีเป็นของเพื่อนคนไหน )
จากนั้นเราก็ สร้างตึก
1 ชั้นขึ้นมาหลายๆ ตึก ถามเค้า ให้เค้านับว่าทั้งหมด
นี่มีกี่ตึก...มีบล๊อคกี่ชิ้น เด็กทุกคนตอบได้หมดค่ะ
เพราะว่าไม่มีตึกไหนถูกบังเลย
ต่อมา เราก็สร้างตึก 1-2 ชั้น สัก 2-3 ตึกขึ้นมา
โดยแยกตึกห่างออกจากกัน
พอสมควร แล้วถามว่า ทั้งหมดมีกี่ตึก ( ไม่ใช่กี่บล๊อคนะคะ
) ให้เค้าตอบ..........
หากว่าชำนาญแล้วก็ลองเอาตึกมาติดกัน ให้ตอบว่ามีกี่ตึก
เริ่มถามจำนวนตึกก่อน
แล้วก็ชี้ถามทีละตึกว่า..... ตึกนี้มีกี่ชั้น ตึกนั้นมีกี่ชั้น
( ถ้าตอบไม่ได้ ก็ต้องแยกตึก
ออกจากกันให้ดูก่อน เป็นการเฉลย ) พอเข้าใจดีแล้ว
ว่าแต่ละตึกมีกี่ชั้นกี่บล๊อค
ก็นับบล๊อคทั้งหมดได้แล้ว
โดยนับทีละตึก
( ทางแนวตั้ง ) สมมติว่าตั้งไม้บล๊อค 3 ตึก ตึกละ2
ชั้น
ถามว่าตึก A มีกี่ชั้น ตึก B มีกี่ชั้น ตึกC มีกี่ชั้น...แล้วค่อยเอามารวมกันหมด
หากว่านับต่อกันยังไม่ได้ ก็ใช้วิธีบวกกันไปก่อน (
2+2+2 ) พอเก่งแล้ว ก็ให้
เด็กนับต่อกันไปเลย คือ A เป็น1,2 B เป็น
3,4 C เป็น 5,6
การนับแนวตั้งจะทำให้แม่นกว่า
การนับไปทีละชั้น เริ่มจากชั้น1 ตามด้วย
ชั้น2 และ ชั้น3 เพราะจะพลาดลืมนับบล็อคที่โดนบังค่ะ
พอนับบล๊อคจริงที่เป็น
3 มิติแล้ว ค่อยลงแบบฝึกหัดที่แบบ เป็น 2 มิติในกระดาษ.....โดยเริ่มจากบล็อค
น้อยๆ สูง1-2 ชั้น ก่อน
เด็กหลายๆ คนก็ไม่สามารถเข้าใจ
หรือคิดตามการสมมติแบบนี้ได้ เราควร
ย่อยกระบวนการคิดให้กับเค้า....เช่น หากว่าไม่เข้าใจ
ว่าภาพบล๊อคในกระดาษ
มีหลายด้าน ต้องนับกี่ด้าน ถึงจะเป็น 1 บล๊อค ควรให้เค้าสร้างบล๊อคจริงขึ้นมา
ตามภาพ แล้วระบายสีบล๊อค 1บล๊อคด้วยสีเดียวกัน เค้าจะเริ่มเข้าใจว่า
1 บล๊อค
ตามภาพในกระดาษ ควรจะดูอย่างไร หากว่าไม่สามารถนับบล๊อค
จากตึก 2ตึก
รวมกันได้ ก็ให้ใส่ตัวเลขที่หัวตึก (ด้านบนของตึก)
ไปก่อน ใส่ตัวเลขทุกตึกเลย
แล้วค่อยเอามาบวกกันภายหลังก็ได้ค่ะ |
|
|
| |
พอสอนวิธีการคิดแล้ว.....
เค้าจะได้คอนเซปต์ของเรื่อง พร้อมวิธีการคิด แต่บางครั้งก็ยังจำลำดับขั้นตอนในการคิดไม่ได้
ว่า
ต้องเริ่มดูอย่างไร
เริ่มคิดตรงส่วนไหนก่อน ก็ควรทำพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ไปก่อน
โดยผู้ใหญ่แนะ หรือช่วยเหลือให้น้อยที่สุด
ให้เค้าพยายามนึกวิธีคิดด้วยตัวเอง
การถามนำ จะดีกว่าการบอกใบ้ หรือบอกตรงๆ ค่ะ เช่น
ถ้าเด็กถามว่าตึกนี้มีกี่ชั้น เราอาจถามกลับ
ว่าตึกไหนสูงกว่ากัน
เค้าจะพยายามคิดต่อเองได้ โดยเราไม่ได้ต้องบอกเลย
จากนั้นก็ต้องอาศัยการฝึกทำแบบฝึกหัด เพื่อความชำนาญ
เด็กๆ
ก็จะจำวิธีการคิดแต่ละเรื่องได้คล่องขึ้นเองค่ะ
สิ่งที่ควรเพิ่มเติมก็คงเป็นเรื่องของเทคนิคการทำแบบฝึกหัด
อย่างเช่น การตัด หรือปิดตัวเลือกที่ผิดออก ไม่ให้เผลอไปเลือก
และเหลือตัวเลือกน้อยลง
โอกาสในการทำถูกก็จะมีมากขึ้น ในแต่ละทักษะ แต่ละเรื่องก็จะมีเทคนิคในการลากนิ้ว
ปิดบางส่วน
ในโจทย์
การใช้นิ้วหนีบจับคู่ส่วนคำถาม กับส่วนอ้างอิงไว้
การดูตำแหน่งที่จะเริ่มนับ การจับจุดสังเกตของภาพที่สำคัญ
ซึ่งมีรายละเอียด
ปลีกย่อยอีกมากค่ะ
20
January 2005
ครูรส
|
|
| |
|